 |
| **พิเศษกับเมนู: เป็ดปักกิ่ง สลัดกุ้งมังกร และกุ้งแม่น้ำสดๆ** |
วันแรก: สุวรรณภูมิ – เมงกาลาดง – ย่างกุ้ง – เจดีย์โบตะทาวน์ – วัดบารมี – พระเขี้ยวแก้ว
– ไชน่าทาวน์ – มหาเจดีย์ชเวดากอง |
| 07:00 |
พร้อมกันที่สนามบิน สุวรรณภูมิ เคาน์เตอร์ เคาน์เตอร์ F สายการบินบางกอกแอร์เวย์ (PG) เจ้าหน้าที่คอยให้การต้อนรับ พร้อมอำนวยความสะดวกในด้านเอกสารและสัมภาระแด่ทุกท่าน |
| 09:15 |
นำทุกท่านเหิรฟ้าสู่ประเทศพม่า โดยสายการบินบางกอกแอร์เวย์ (PG) เที่ยวบินที่ PG701 |
| 10:05 |
เดินทางถึงสนามบินนานาชาติเมงกาลาดง กรุงย่างกุ้ง ประเทศพม่า หลังจากนำทุกท่านผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมือง และศุลกากรเรียบร้อยแล้ว นำทุกท่านเดินทางสู่เมือง ย่างกุ้ง เพื่อนำทุกท่านเยี่ยมชม เจดีย์โบตะทาวน์ ซึ่งเป็นเจดีย์ที่สร้างขึ้นเพื่อรับพระเกศาธาตุก่อนที่จะนำไปบรรจุในพระเจดีย์ชเวดากอง ซึ่งพระเกศาธาตุนี้ได้ถูกอัญเชิญมาจากประเทศจีน โดยพระสงฆ์จากประเทศอินเดียจำนวน 8 รูปในราว 2,000 ปีที่ผ่านมา และพระเจดีย์แห่งนี้มีความแตกต่างกับแห่งอื่นๆ กล่าวคือ ในส่วนบริเวณใต้ฐานของพระเจดีย์ได้ถูกออกแบบให้สร้างแบบมีลักษณะโปร่ง และสามารถให้พุทธศาสนิกชนสามารถเดินเข้าไปภายในได้ โดยภายในจะประดิษฐานพระบรมธาตุไว้ในพระอบทองคำ ให้ชาวพุทธผู้มีจิตศรัทราได้เข้ามากราบสักการะบูชา และสามารถมองเห็นองค์พระธาตุได้อย่างใกล้ชิดอีกด้วย และบริเวณศาลาริมน้ำเป็นที่ประดิษฐานของ “องค์เทพทันใจ” ซึ่งเป็นที่เคารพเป็นอย่างยิ่งของชาวพม่า และชาวพุทธโดยทั่วไป ตามความเชื่อที่ว่าหากได้อธิฐานสิ่งใดกับท่านแล้ว จะสำเร็จได้อย่างรวดเร็วสมใจนึกอีกด้วย |
 |
| เทียง |
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
จากนั้นนำทุกท่านเดินทางไปสักการะพระเกศาธาตุขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ณ วัดบารมี ซึ่งเชื่อกันว่าพระเกศายังคงมีชีวิตอยู่จริง เนื่องจากองค์พระเกศานั้นสามารถเคลื่อนไหวได้ นอกจากนี้ ณ วัดแห่งนี้ยังได้ชื่อว่าเป็นสถานที่ๆ มีการเก็บองค์พระบรมสารีริกธาตุเอาไว้มากที่สุด แล้วนำทุกท่านเดินทางไปสักการะ พระเขี้ยวแก้ว ที่อัญเชิญมาจากประเทศจีน ได้เวลาอันสมควร นำทุกท่านเดินทางต่อไปยัง ไชน่าทาวน์ ให้ทุกท่านได้สัมผัสชีวิต ประเพณี และวัฒนธรรมของชาวจีนโพ้นทะเลที่มาใช้ชีวิตอยู่ในเมืองย่างกุ้ง อิสระให้ทุกท่านเลือกซื้อสินค้าพื้นเมือง และของที่ระลึกตามอัธยาศัย จากนั้นนำทุกท่านเดินทางต่อไปยัง มหาเจดีย์ชเวดากอง ถือว่าเป็นพระเจดีย์คู่บ้านคู่เมืองของชาวพม่า ตั้งอยู่บริเวณเชียงกุตระ เมืองย่างกุ้ง โดยมีประวัติการก่อสร้างมายาวนานกว่า 2,500 ปีที่ผ่านมา แต่นักโบราณคดีคาดว่าสร้างขึ้นมาในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 6-10 โดยสมัยที่มอญยังเรืองอำนาจ และตามตำนานนั้นเชื่อกันว่าภายในองค์พระมหาเจดีย์ได้บรรจุพระเกศาธาตุขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าไว้จำนวนถึง 8 เส้น อิสระให้ทุกท่านได้ชมองค์พระมหาเจดีย์ชเวดากอง และนมัสการองค์พระธาตุเพื่อเป็นสิริมงคลแก่ท่าน |
 |
| ค่ำ |
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
พักค้างแรม ณ โรงแรม CHARTRIUM หรือระดับเดียวกัน
**เตรียมแยกกระเป๋าใบเล็กหิ้วสะดวก สำหรับเดินทางขึ้นสู่พระธาตุอินทร์แขวน เพื่อให้สะดวกต่อการเดินทางและสามารถวางไว้บนเสลี่ยงผ้าใบที่ทุกท่านนั่งในวันรุ่งขึ้น** |
|
วันที่สอง: หงสาวดี – วัดไจ้คะวาย – พระธาตุมุเตา – พระราชวังบุเรงนอง – ไจก์ทีโย – พระธาตุอินทร์แขวน
|
| เช้า |
รับประทานอาหารเช้า ณ ภัตตาคารภายในโรงแรม
นำทุกท่านเดินทางสู่เมือง หงสาวดี ซึ่งเป็นเมืองของชาวมอญในอดีตมาก่อน แต่หลังจากที่พระเจ้าตะเบ็งชะเวตี้จะเข้ายึดครองได้ในปี พ.ศ. 2082 และเข้ามาทำพิธีเจาะพระกรรณที่ฐานพระธาตุมุเตาและสถาปนาเมืองนี้ให้เป็นศูนย์กลางอำนาจของราชวงศตองอูในเวลาต่อมา แล้วนำทุกท่านเดินทางไปตักบาตรพระสงค์กว่า 1,000 รูป ณ วัดไจ้คะวาย ซึ่งวัดแห่งนี้ถือเป็นสถานศึกษาพระไตรปิฎกแด่พระภิกษุ สามเณรจำนวนมาก ทุกท่านสามารถนำสมุด ปากกา และดินสอไปบริจาคที่วัดแห่งนี้ได้ จากนั้นนำทุกท่านเดินทางต่อไปยัง พระธาตุมุเตา หรือชาวพม่าจะเรียกว่า “พระมหาธาตุเจดีย์ชเวมอดอ” พระเจดีย์คู่บ้านคู่เมืองของหงสาวดี และยังเป็นพระเจดีย์ที่สูงที่สุดของประเทศพม่าอีกด้วย นอกจากนี้ภายในพระเจดีย์บรรจุพระเขี้ยวแก้วไว้ตั้งแต่สมัยพระเจ้าราชาธิราช และต่อมาในสมัยของพระเจ้าธรรมเจดีย์ได้ทรงโปรดให้มีการหล่อระฆังเพื่อจารึกได้บริเวณฐานขององค์พระเจดีย์ และกล่าวว่าพระเจ้าบุเรงนองจะเสด็จมานมัสการองค์พระธาตุทุกครั้งที่ออกศึก ทำให้ได้รับชัยชนะทุกคราวไป จึงทำให้ชาวพม่าเชื่อว่าหากทำการค้าและอยากให้สำเร็จมักจะมาสักการะขอพรจากองค์พระธาตุแห่งนี้ |
 |
| เที่ยง |
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
แล้วนำทุกท่านเดินทางสู่ พระราชวังบุเรงนอง พระราชวังที่ยิ่งใหญ่ของพระเจ้าบุเรงนอง ต่อมาหลังจากการสวรรคตของพระเจ้าองค์ พระราชวังได้ถูกเผาทำลายโดยกบฏยะไข่ พร้อมกับการสูญสลายของอาณาจักรตองอูที่เคยเรืองอำนาจ ต่อมาในปี พ.ศ. 2533 รัฐบาลพม่าได้ขุดค้นพบซากของพระราชวังที่มีเพียงแต่ตอไม้ที่โผล่พ้นจากพื้นดิน จึงได้ทำการสร้างพระราชวังจำลองขึ้นในบริเวณเดิม และทาฉาบด้วยสีทองอร่ามทั้งหลัง ภายในพระราชวังได้ถูกจัดแสดงซากไม้ที่ขุดพบ และพระราชบัลลังก์จำลองที่มีชื่อว่า “บัลลังภุมรินทร์” หรือบัลลังก์ผึ้ง ซึ่งสร้างขึ้นตามแบบคติจักรวาลตามความเชื่อของศาสนาฮินดู |
 |
| |
ได้เวลาอันสมควร นำทุกท่านเดินทางสู่เชิงเขา ไจก์ทีโย และเปลี่ยนยานพาหนะเป็นรถบรรทุกหกล้อเพื่อขึ้นบนภูเขาประมาณ 35 นาที และจากนั้นให้ทุกท่านได้ “นั่งเสลี่ยง” (รวมค่าเสลี่ยงเรียบร้อยแล้ว) อีกประมาณ 30 นาทีเพื่อเดินทางต่อไปสู่จุดหมายปลายทางคือ พระธาตุอินทร์แขวน หรือที่ชาวพม่าเรียกติดปากกันว่า “พระธาตุเจดีย์ไจก์ถิโย” มีความหมายถึง “หินรูปศรีษะของฤๅษี” ในภาษามอญ ซึ่งพระธาตุแห่งนี้สร้างอยู่เหนือระดับน้ำทะเลถึง 3,615 ฟุต โดยมีลักษณะเด่นคือเป็นก้อนหินสีทองขนาดใหญ่ ที่มีความสูงถึง 5.5 เมตร และตั้งอยุ่บนหน้าผาสูงชันอย่างหมิ่นเหม่เหมือนกับจะหล่นสู่พื้นดินเบื้องล่างได้ และท้าทายต่อลมฟ้าอากาศเป็นอย่างยิ่ง และที่แปลกคือพระธาตุแห่งนี้ไม่เคยจะขยับเขยื้อนแม้เกิดพายุแรงสักเพียงใด จึงทำให้พระธาตุอินทร์แขวนแห่งนี้นับเป็น 1 ใน 5 สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวพม่าเคารพ และต้องมาสักกาะรสักครั้งหนึ่งในชีวิตให้ได้ นอกจากนี้ยังเป็นพระธาตุประจำปีจอ (สุนัข) ของชาวพม่าอีกด้วย อิสระให้ทุกท่านได้สักการะขอพรเพื่อเป็นศิริมงคลแด่ตนเองและครอบครัว |
 |
| ค่ำ |
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารภายในโรงแรม
หลังรับประทานอาหาร ทุกท่านสามารถเดินกลับไปที่พระธาตุอินทร์แขวนเพื่อนั่งสมาธิ หรือสวดมนต์ภาวนาได้ตลอดทั้งคืน และในเวลาค่ำคืน โปรดเตรียมเสื้อกันหนาว หรือกันลม และเบาะรองนั่ง เพราะอากาศบริเวณยอดเขาจะหนาว และพื้นกระเบื้องจะเย็นมาก ทั้งนี้พระเจดีย์จะเปิดให้เข้าชมได้ตลอดทั้งคืน แต่ประตูเหล็กที่เปิดสำหรับบุรุษจะเปิดถึงแค่เวลา 20:00 นาฬิกาเท่านั้น
พักค้างแรม ณ โรงแรม KYAITHIYO หรือระดับเดียวกัน |
|
วันที่สาม: ใส่บาตร – หงสาวดี – พระพุทธไสยาสน์ชเวตาเลียว – พระเจดีย์ไจ๊ปุ่น – วัดพระหยกขาว –
โรงช้างเผือก – เจดีย์กาบาเอ
|
| 05:00 |
เชิญทุกท่านเดินทางไปนมัสการพระธาตุอินทร์แขวนในยามพระอาทิตย์ขึ้นและ ใส่บาตร แด่พระสงฆ์หรือพระพุทธ ซึ่งมีชุดตักบาตรและทำบุญจำหน่ายในบริเวณวัด และหลังจากถวายข้าวพระพุทธแล้วนิยมจุดเทียนตามกำลังวัน หรือจำนวนอายุเพื่อนมัสการองค์พระธาตุอินทร์แขวน และสิ่งศักดิ์สิทธบนภูเขา |
| 07:00 |
รับประทานอาหารเช้า ณ ภัตตาคารภายในโรงแรม
นำทุกท่านเดินทางกลับโดยเส้นทางธรรมชาติเส้นทางเดิม โดยเสลี่ยงและรถบรรทุกเพื่อกลับสู่รถบัสและเดินทางต่อไปยังเมือง หงสาวดี เมืองหลวงเก่าแห่งอณาจักรมอญโบราณที่มีอายุยาวนานกว่า 400 ปี |
| เที่ยง |
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
จากนั้นนำทุกท่านเดินทางไปนมัสการ พระพุทธไสยาสน์ชเวตาเลียว พระนอนที่ได้ชื่อว่ามีพุทธลักษณะงดงามที่สุดในเมืองหงสาวดี และมีความยาวพระองค์ถึง 181 ฟุต และสูง 50 ฟุต ซึ่งสร้างโดยพระเจ้าเมงกะติปะใน พ.ศ 1537 ในสมัยมอญเรืองอำนาจ แต่กลับจากสิ้นสุดยุคมอญ เมืองหงสาวดีก็ถูกทิ้งร้าง พระพุทธไสยาสน์จึงไม่ได้รับการดูแลจนทลายเป็นกองอิฐและจมอยู่ในโคกดิน จนมาถึงปี พ.ศ. 2424 เมื่ออังกฤษได้เข้ามาสร้างเส้นทางรถไฟสายพม่า จึงได้ขุดพบองค์พระ และหลังจากพม่าได้รับเอกราชแล้วในปี พ.ศ. 2491 จึงได้มีการบูรณปฏิสังขรณ์อย่างจริงจังจนเป็นอย่างที่เห็นในปัจจุบัน อิสระให้ทุกท่านได้กราบสักการะองค์พระ และเลือกซื้อของที่ระลึกบริเวณวัดแห่งนี้ อาทิเช่น แป้งทานาคา ไม้หอมแกะสลักต่างๆ อย่างงดงาม เพื่อเป็นของฝากของที่ระลึก ได้เวลาอันสมควร นำทุกท่านเดินทางต่อไปยัง พระเจดีย์ไจ๊ปุ่น ที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปขนาดใหญ่ถึงสี่พระองค์ที่หันหลังชนกันทั้ง 4 ทิศ ตั้งเด่นเป็นสง่าและมีความสูงถึง 27 เมตรเลยทีเดียว โดยพระพุทธรูปแห่งนี้ได้ถูกสร้างขึ้นมาตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 15 และเป็นที่เคารพนับถือเป็นอย่ายิ่งของชาวเมืองหงสาวดี อิสระให้ทุกท่านได้เดินเวียนเทียน และกราบสักการะองค์พระเพื่อเป็นสิริมงคลแก่ครอบครัวแต่ตนเอง |
 |
| |
ได้เวลาอันสมควร นำทุกท่านเดินทางต่อไปยัง วัดพระหยกขาว ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานองค์พระพุทธรูปขนาดใหญ่ที่สุดในพม่าที่แกะสลักจากหินอ่อนทั้งองค์ มมีน้ำหนักถึง 60 ตัน และความสูงถึง 37 ฟุตเลยทีเดียว โดยพระพุทธรูปได้ถูกแกะสลักโดยช่างฝีมือที่มีฝีมือดีที่สุดของประเทศลงบนก้อนหินอ่อนขนาดใหญ่เพียงก้อนเดียวได้อย่างวิจิตรงดงามเปรียบประดุจหยกสีขาวบริสุทธิ์ จึงทำให้คนเรียกองค์พระว่า “พระหยกขาว” อิสระให้ทุกท่านนมัสการองค์พระหินอ่อน และสักการะรอยพระพุทธบาทของพระพุทธเจ้า จากนั้นนำทุกท่านเดินทางสู่ โรงช้างเผือก ซึ่งชาวพม่าถือว่าเป็นสัตว์คู่บ้านคู่เมืองของประเทศพม่า โดยลักษณะของช้างเผือกจะมีสีขาวอมชมพูตลอดตัวตามคชลักษณะทุกประการ นำทุกท่านเดินทางต่อไปยัง เจดีย์กาบาเอ ซึ่งสร้างขึ้นในปี พ.ศ.2493 เป็นเวลา 3 ปี โดยนายอูนุ นายกรัฐมนตรีคนแรกของประเทศพม่า เพื่อใช้เป็นสถานที่ชำระพระไตรปิฎกครั้งที่ 6 ในช่วงระหว่างปี พ.ศ.2497-2499 เพื่ออวยพรให้เกิดสันติสุขแก่โลก นอกจากนี้ยังใช้เป็นสถานที่ในการจัดงานประชุมพระสงฆ์โลกเมื่อเดือนธันวาคม พ.ศ.2547 ที่ผ่านมา และภายในพระเจดีย์แห่งนี้ยังมีความสำคัญอีกอย่างคือเป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ และพระธาตุของพระสารีบุตร และพระโมคลานะอีกด้วย และภายในบริเวณวัดยังมีองค์จำลองของพระมหามุนี ซึ่งถือเป็น 1 ใน 5 สิ่งศักดิ์สิทธิ์ของพม่า และองค์จริงตั้งประดิษฐานอยู่ที่มัณฑะเลย์ |
| ค่ำ |
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
พักค้างแรม ณ โรงแรม CHARTRIUM หรือระดับเดียวกัน |
| วันที่สี่: สิเรียม – พระเจดีย์เยเลพญา – พระเจดีย์เจ๊าทัตจี – ตลาดสก็อต – กรุงเทพฯ |
| เช้า |
รับประทานอาหารเช้า ณ ภัตตาคารภายในโรงแรม
นำทุกท่านเดินทางสู่เมือง สิเรียม ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากกรุงย่างกุ้งประมาณ 45 กิโลเมตร อยู่บริเวณปากแม่น้ำอิระวดี และในอดีตเคยเป็นที่มั่นของทหารโปรตุเกสที่คอยช่วยเหลือชาวมอญเพื่อทำสงครามกับพม่าตั้งแต่ในคริสต์ศตวรรษที่ 16 ได้เวลาอันสมควร นำทุกท่านไปนมัสการ พระเจดีย์เยเลพญา หรือรู้จักกันในนามของ “เจดีย์กลางน้ำ” เจดีย์ที่สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยมอญเรืองอำนาจประมาณ 1,000 ปีก่อน โดยคหบดีชาวมอญเป็นผู้สร้าง และได้ตั้งจิตอธิษฐานว่า หากบริเวณนี้เกิดน้ำท่วมขึ้นมา ก็ขอให้องค์พระเจดีย์ไม่ถูกน้ำท่วมด้วย โดยพระเจดีย์แห่งนี้สร้างขึ้นบนเกาะเล็กๆ กลางแม่น้ำที่กว้างใหญ่ยิ่งทำให้พระเจดีย์ที่ตั้งสง่าอยู่กลางแม่น้ำยิ่งสวยงามยิ่งนัก อิสระให้ทุกท่านนมัสการองค์พระเจดีย์ และพระพุทธรูปทองตามอัธยาศัย |
 |
| เที่ยง |
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
จากนั้นนำทุกท่านเดินทางสู่ พระเจดีย์เจ๊าทัตจี ที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปชื่อดังที่รู้จักกันในนามของ “พระนอนตาหวาน” ซึ่งชาวพม่ากล่าวขวัญว่าเป็นพระนอนที่มีดวงตางดงามเป็นที่สุด และส่วนพระบาทมีภาพมหามงคล 108 ประการ และยังมีพระบาทที่ทับซ้อนที่แตกต่างกับศิลปะแบบไทยที่มีพระบาทเรียงขนานกันเป็นเส้นตรง อิสระให้ทุกท่านได้สักการะขอพรองค์พระตามอัธยาศัย และถ่ายภาพเป็นที่ระลึก แล้วนำทุกท่านเดินทางสู่ ตลาดสก็อต หรือ “ตลาดโบโจ๊ก” ในภาษาพม่า ซึ่งตลาดแห่งนี้จะจำหน่ายสินค้าพื้นเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศพม่า อาทิเช่น ทับทิม ไพลิน หยก ไข่มุก เครื่องเงินต่างๆ โดยช่ายฝีมือผู้เชี่ยวชาญในราคาย่อมเยา หรือจะเป็นผ้าโสร่งหญิงชายทอมือลวดลายสวยงามก็มีให้เลือกชม อิสระให้ทุกท่านได้เดินชมตลาด และหาซื้อของฝาก ของที่ระลึกตามอัธยาศัย ได้เวลาอันสมควร นำทุกท่านเดินทางสู่สนามบินเมงกาลาดง เพื่อเตรียมตัวเดินทางกลับสู่ประเทศไทย |
| 16:50 |
นำทุกท่านเหิรฟ้ากลับสู่กรุงเทพฯ โดยสายการบินบางกอกแอร์เวย์ (PG) เที่ยวบินที่ PG704 |
| 18:45 |
เดินทางกลับถึงสนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ พร้อมความประทับใจ |